“ฟ้าทลายโจร”

27 ก.ค.

"ฟ้าทลายโจร" และทุกส่วนของต้นฟ้าทลายโจรนั้นจะมีรสขมถึงกับมีการขนานนามพืชชนิดนี้ว่า "เจ้าแห่งความขม" (King of the bitterness)

นพ.วิชัย  ขัตติยวิทยากุล  สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  กล่าวว่า 
แม้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรจะสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันหวัดได้ก็จริง  
แต่ไม่ควรรับประทานนานติดต่อกันเกิน  1  สัปดาห์  
เพราะอาจส่งผลให้ร่างกายโดยเฉพาะแขนขาไม่มีเรี่ยวแรง 
เพราะสมุนไพรฟ้าทะลายโจรตามตำราเวชศาสตร์การแพทย์แผนโบราณ 
ระบุว่าเป็นยาเย็นที่ช่วยป้องกันและรักษาการป่วยเป็นไข้หวัด  
เมื่อรับประทานเข้าไปร่างกายที่ร้อนจากอาการไข้จะเย็นลง 
ดังนั้นหากร่างกายอยู่ในสภาพปกติ 
เมื่อรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรนานเกิน  1  สัปดาห์ 
อาจทำให้ร่างกายโดยเฉพาะแขนขาไม่มีแรง  แต่หากมีความจำเป็น 
ควรรับประทานคู่กับน้ำขิงเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่าง
นพ.วิชัยกล่าวว่า  โดยข้อเท็จจริงแล้ว  ฟ้าทะลายโจรไม่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่  2009   ได้ 
แต่มีสรรพคุณป้องกันไข้หวัดธรรมดา 
นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่สามารถเสริมภูมิต้านทานป้องกันไข้หวัด 
เช่น  กระเทียม  บอระเพ็ด  ข่า  ตะไคร้

พญ.ดร.อัญชลี  จุฑ  รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย  
กระทรวงสาธารณสุข 
ให้คำแนะนำถึงวิธีการรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันและรักษาไข้
หวัดว่า สำหรับผู้ที่เป็นไข้หวัด  หากกินสมุนไพรฟ้าทะลายโจรไปแล้ว  2-3 
วัน  แต่อาการปวดศีรษะเป็นไข้ยังไม่บรรเทาลง  
ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาตามอาการ   แต่ในส่วนของผู้ต้องการกินสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันไข้หวัด  ก็ไม่ควรกินติดต่อ
กันเกิน  7  วัน  เพราะอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียง  เช่น  มือเท้าอ่อนแรง 
ระบายท้อง  เบื่ออาหาร  เวียนศีรษะและใจสั่น  เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม 
แต่ละคนจะมีอาการตอบสนองต่อฤทธิ์ของสมุนไพรฟ้าทะลายโจรไม่เหมือนกัน
แต่จากงานวิจัยก็ไม่พบว่า  หากใช้ติดต่อเกิน  7  วัน 
ฟ้าทะลายโจรมีอันตรายรุนแรงต่อชีวิตหรือระบบภายในร่างกาย

กลุ่มยาแก้บิด ท้องเดิน ท้องร่วง โรคกระเพาะ

ฟ้าทะลายโจร

 

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.ex Nees

ชื่อสามัญ : Kariyat , The Creat

วงศ์ : ACANTHACEAE

ชื่ออื่น : หญ้ากันงู (สงขลา) น้ำลายพังพอน ฟ้าละลายโจร (กรุงเทพฯ)
ฟ้าสาง (พนัสนิคม) เขยตายยายคลุม สามสิบดี (ร้อยเอ็ด) เมฆทะลาย (ยะลา)
ฟ้าสะท้าน (พัทลุง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูง 30-70 ซม. ทุกส่วนมีรสขม
กิ่งเป็นใบสี่เหลี่ยม ใบ เดี่ยว แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก ช่อ
ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อย กลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกัน ปลายแยก 2 ปาก
ปากบนมี 3 กลีบ มีเส้นสีม่วงแดงพาดอยู่ ปากล่างมี 2 กลีบ ผล เป็นฝัก
เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาล แตกได้ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ใบสด ใบแห้ง ใบจะเก็บมาใช้เมื่อต้นมีอายุได้ 3-5 เดือน

สรรพคุณ
มี 4 ประการคือ

1. แก้ไข้ทั่ว ๆ ไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่
2. ระงับอาการอักเสบ พวกไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี
3. แก้ติดเชื้อ พวกทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย บิด และแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ
4. เป็นยาขมเจริญอาหาร

และการที่ฟ้าทะลายโจรมีสรรพคุณ 4 ประการนี้
จึงชวนให้เห็นว่าตัวยาต้นนี้ เป็นยาที่สามารถนำไปใช้กว้างขวางมาก
จากเหตุผลที่ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ระงับการติดเชื้อหรือระงับการเจริญเติบโตของ
เชื้อโรคได้

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

ใบฟ้าทะลายโจร มีสารเคมีประกอบอยู่หลายประเภท แต่ที่เป็นสาระสำคัญในการออกฤทธิ์ คือ สารกลุ่ม Lactone คือ

1. สารแอดโดรกราโฟไลด์ (andrographolide)
2. สารนีโอแอนโดรกราโฟไลด์ (neo-andrographolide)
3. 14-ดีอ๊อกซี่แอนโดรกราโฟไลด์ (14-deoxy-andrographolide)

ฟ้าทะลายโจรเป็นยาเก่าแก่ของ ประเทศจีน ที่ใช้ในการแก้ฝี แก้อักเสบ
และรักษาโรคบิด การวิจัยด้านเภสัชวิทยาพบว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถยับยั้ง
เชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเป็นหนองได้
และมีการศึกษาวิจัยของโรงพยาบาลบำราศนราดูร
ถึงฤทธิ์ในการรักษาโรคอุจจาระร่วงและบิด แบคทีเรีย เปรียบเทียบกับ
เตตราซัยคลิน ในผู้ป่วย 200 ราย อายุระหว่าง 16-55 ปี
ได้มีการเปรียบเทียบระยะเวลาที่ถ่ายอุจจาระเหลว จำนวนอุจจาระเหลว
น้ำเกลือที่ให้ทดแทนระหว่างฟ้าทะลายโจรกับเตตราซันคลิน
พบว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจร
ลดจำนวนอุจจาระร่วงและจำนวนน้ำเกลือที่ให้ทดแทนอย่างน่าพอใจ
แม้ว่าจากการทดสอบทางสถิติ จะไม่มีความแตกต่างโดยในสำคัญก็ตาม
ส่วนการลดเชื้ออหิวาตกโรคในอุจจาระ ฟ้าทะลายโจรไม่ได้ผลดีเท่าเตตราซัยคลิน
นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลชุมชนบางแห่งได้ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาอาการเจ็บคอได้
ผลดีอีกด้วย มีฤทธิ์เช่นเดียวกับเพ็นนิซิลินเมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบัน
เท่ากับเป็นการช่วยให้มีผู้สนใจทดลองใช้ยานี้รักษาโรคต่าง ๆ มากขึ้น
วิธีและปริมาณที่ใช้

1. ถ้าใช้แก้ไข้เป็นหวัด ปวดหัวตัวร้อน

ใช้ใบและกิ่ง 1 กำมือ (แห้งหนัก 3 กรัม สดหนัก 25 กรัม) ต้มน้ำดื่มก่อนอาหารวันละ 2

ครั้ง เช้า-เย็น หรือเวลามีอาการ

2. ถ้าใช้แก้ท้องเสีย ท้องเดิน เป็นบิดมีไข้

ใช้ทั้งต้นหรือส่วนทั้ง 5 ของฟ้าทะลายโจร ผึ่งลมให้แห้ง หั่นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 กำมือ

(หนักประมาณ 3-9 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่มตลอดวัน
ตำรับยาและวิธีใช้

1. ยาชงมีวิธีทำดังนี้

- เอาใบสดหรือแห้งก็ได้ ประมาณ 5-7 ใบ แต่ใบสดจะดีกว่า

- เติมน้ำเดือดลงจนเกือบเต็มแก้ว

- ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง หรือพอยาอุ่น แล้วรินเอามาดื่ม ขนาดรับประทาน

ครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน

2. ยาเม็ด (ลูกกลอน) มีวิธีทำดังนี้

- เด็ดใบสดมาล้างให้สะอาดผึ่งในที่ร่ม ห้ามตากแดด ควรผึ่งในที่มีลมโกรก ใบจะได้

แห้งเร็ว

- บดเป็นผงให้ละเอียด

- ปั้นกับน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม เป็นเม็ดขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง (หนัก 250 มิลลิกรัม)

แล้วผึ่งลมให้แห้ง เพราะถ้าปั้นรับประทานขณะที่ยังเปียกอยู่จะขมมาก
ขนาดรับประทานครั้งละ 4-10 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน

3. แค๊ปซูล มีวิธีทำคือ

แทนที่ผงยาที่ได้จะปั้นเป็นยาเม็ด กลับเอามาใส่ในแค๊ปซูล
เพื่อช่วยกลบรสขมของยา แค๊ปซูล ที่ใช้ ขนาดเบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม)
ขนาดรับประทานครั้งละ 3-5 แค๊ปซูล วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร ก่อนนอน

4. ยาทิงเจอร์หรือยาดองเหล้า

เอาผงแห้งใส่ขวด แช่สุราที่แรง ๆ เช่น สุราโรง 40 ดีกรี ถ้ามี alcohol
ที่รับประทานได้ (Ethyl alcohol) จะดีกว่าเหล้า
แช่พอให้ท่วมยาขึ้นมาเล็กน้อย ปิดฝาให้แน่น เขย่าขวดวันละ 1 ครั้ง พอครบ 7
วัน จึงกรองเอาแต่น้ำ เก็บไว้ในขวดให้สะอาดปิดสนิท รับประทานครั้งละ 1-2
ช้อนโต๊ะ (รสขมมาก) วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร

5. ยาผงใช้สูดดม

คือ เอายาผงที่บดละเอียด มาใส่ขวดหรือกล่องยา ปิดฝาเขย่าแล้วเปิดฝาออก
ผงยาจะเป็นควันลอยออกมา สูดดมควันนั้นเข้าไป
ผงยาจะติดที่คอทำให้ยาไปออกฤทธิ์ที่คอโดยตรง ช่วยลดเสมหะ
และแก้เจ็บคอได้ดี วิธีที่ดีกว่านี้คือวิธีเป่าคอ กวาดคอ
หรือรับประทานยาชง ตรงที่คอจะรู้สึกขมน้อยมาก ไม่ทำให้ขยาดเวลาใช้
ใช้สะดวกและง่ายมาก ประโยชน์ที่น่าจะได้รับเพิ่มก็คือ
ผงยาที่เข้าไปทางจมูก อาจจะช่วยลดน้ำมูก และช่วยฆ่าเชื้อที่จมูกด้วย

ขนาดที่ใช้

สูดดมบ่อย ๆ วันละหลาย ๆ ครั้ง ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ให้หยุดยาไปสักพัก จนความรู้สึกนั้นหายไป จึงค่อยสูดใหม่

ข้อควรรู้เกี่ยวกับตำรับยา

สารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) สารในต้นฟ้าทะลายโจร
ละลายในแอลกอฮอร์ได้ดีมาก ละลายในน้ำได้น้อย ดังนั้นยาทิงเจอร์
หรือยาดองเหล้าฟ้าทะลายโจร จึงมีฤทธิ์แรงที่สุด ยาชงมีฤทธิ์แรงรองลงมา
ยาเม็ดมีฤทธิ์อ่อนที่สุด

ข้อควรระวัง

บาง คนรับประทาน ยาฟ้าทะลายโจร จะเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย ปวดเอว
เวียนหัว แสดงว่าแพ้ยา ให้หยุดยา และเปลี่ยนไปใช้ยาอื่น
หรือลดขนาดรับประทานลง

ขอบคุณ Fw mail ธรรมรักษา

 

 

About these ads

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง ถึง ““ฟ้าทลายโจร””

  1. supasorn กรกฎาคม 27, 2009 ที่ 4:42 pm #

    กราบนมัสการท่านพระอาจารย์เจ้าค่ะ ความรู้เรื่องสมุนไพรไทยอาจมีประโยชน์เฉพาะโรคเท่านั้นแต่ความเชื่อนิสัยคนไทยจะเชื่อโดยไม่ศึกษาหาข้อเท็จจริงก่อน ใครว่ามาฉันก็เชื่อไปตามเหตุการณ์หรือสถานการณ์มากกว่า กราบนมัสการเจ้าค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: